อาหารตามฤดูกาล
ในแต่ละฤดูจะมีอาหารแตกต่างกันไปทั้งประเภทอาหารและปริมาณ ฤดูฝนจะมีความอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะสัตว์น้ำและพืช ดังนี้
ฤดูฝน ในช่วงฝนแรกประมาณเดือนสี่ เดือนห้า ถ้ามีฝนตกหนักน้ำขังตามท้องนา ห้วย หนอง คลอง บึง จะมีกบ เขียด อึ่งอ่าง ออกมาเล่นน้ำจับคู่ผสมพันธุ์ ชาวบ้านจะไปจับมาทำอาหาร ผักบุ้ง ผักแว่น จะทอดยอดขาวอวบน่ารับประทาน
ในช่วงฤดูฝนสัตว์น้ำจะมีจำนวนมาก ทั้งปลา ปู กุ้ง หอย แมงดา กบ เขียด อึ่งอ่าง ถ้ามีมากจะนำไปทำปลาร้า ปลาจ่อม อึ่งอ่าง ปลาย่างไว้รับประทาน ผักก็เช่นเดียวกัน จะมีให้รับประทานมากมาย เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักหนอก ผักตีนเต่า ผักกูด ตะเกียด แพงพวย ผักชีล้อม ผักลืมผัว ผักหนาม สายบัว ทะละม่อม ตะไก้ จิก สลิด ผักขม กะทกรก กระโดน ผักกะโตวา เห็ดต่างๆ เช่น ละโงก โคกไคล หน่าแหล่ หน่ามอม มันปู เพ็ด โคน เผาะ กะทิ เป็นต้น ผักเหล่านี้นำมาจิ้มน้ำพริกบ้าง นำมาต้มหรือนำมาแกงบ้าง
ฤดูหนาว จะมียอดผักปัง ใบเพกา และยอดแค ยอดทะละม่อมใช้ลวกจิ้มน้ำพริก ป้องกันไข้หัวลมได้ สัตว์น้ำจะลดลงแต่ยังพอหารับประทานได้
ฤดูร้อน แม้จะเป็นฤดูที่แห้งแล้ง ค่อนข้างขาดแคลนอาหาร แต่ยังพอมีให้หารับประทานได้ เช่น แย้นำมาย่างหรือคั่ว บึ้งนำมาลาบหรือตำน้ำพริก ไข่มดแดงนำมาแกง ผักหวานทำห่อหมกเมี่ยงไข่มดแดงและตัวอ่อนมดแดงรับประทานกับยอดกระโดนอร่อยมาก นอกจากนี้บ่อน้ำที่อยู่ในนาจะมีปลาโตพอที่จะจับมารับประทานได้ พืชที่มีมากในฤดูร้อน ได้แก่ ผักหวาน ผักสะเดา กะทกรก กะบุก หน่อไม้ หน่อโจด หน่อรวก หน่อเพ็ด ผักอีนูน สามสิบ เป็นต้น
ที่มา : หนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนครราชสีมา